2006/Dec/19

หลังจากที่อ่าน Pluto เล่ม 3เนื้อหายังเข้มข้นเช่นเคย
อุราซาว่า นาโอกิ หยิบ "เจ้าหนูอะตอม" มาวาดใหม่ครั้งนี้
ถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมน่าเก็บ..
ทำให้คิดในใจว่า ถ้าวันหนึ่งมีนักเขียนมือเซียนหยิบเอา
"โดราเอมอน" อีกหนึ่งผลงานอมตะมาวาดใหม่คงจะดีมิ
ใช่น้อย แล้วนักเขียนคนไหนล่ะ? ที่ควรรับโอกาสนั้น
ขณะกำลังคิดไปนั้น สายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับหนังสือ
การ์ตูนอีกเรื่องที่ผมซื้อมาพร้อมๆกับ Pluto เล่ม 3 ซึ่งก็
คือ บันทึกมรณะเล่ม อวสาน.. "เดธโน้ต" อะฮ่า!!
โอบาตะ ทาเคชิ นำ "โดราเอมอน" มาวาดใหม่?
โอบาตะ ทาเคชิ เป็นอีกหนึ่งนักเขียนมือทอง ผู้รังสรรค์
การ์ตูนโด่งดังในไทย ถึง 2 เรื่อง "ฮิคารุ เซียนโกะ" และ
"เดธโน้ต" คือผลงานคุณภาพที่ยืนยันฝีมือของเขาได้เป็น
อย่างดี ทว่า 2 เรื่องที่กล่าวมานั้นมีแนวเรื่อง และเนื้อหา
แตกต่างจาก "โดราเอมอน" โดยสิ้นเชิง...
"ฮิคารุ เซียนโกะ" เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่ม ฮิคารุ ซึ่ง
ค้นเจอกระดานหมากล้อมโบราณ และได้พบกับวิญญาณ
ที่สิงอยู่ในกระดานนั้น จนถูกชักนำเข้าสู่วงการหมากล้อม
หรือ "โกะ" นั่นเอง
"เดธโน้ต" เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเก็บบันทึก
แห่งความตายที่ยมทูตทำตกไว้ และนำมันไปใช้พิพากษา
คนชั่ว จนตนเองต้องจมลงสู่ความมืดมิด...
เนื้อเรื่องของทั้ง 2 เรื่องนั้นถูกแต่งขึ้นโดยนักประพันธ์
2 คนที่มาร่วมงานกับเขาเท่านั้น อ.โอบาตะ ไม่ใช่ผู้แต่ง
เรื่องด้วยตนเอง
ลายเส้นการ์ตูนของ อ.โอบาตะ ก็ไม่ถือว่าใกล้เคียงกับ
อ.ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ผู้วาด "โดราเอมอน" แม้แต่นิดเดียว
ลายเส้น อ.โอบาตะ จะเป็นแนวการ์ตูนสมัยใหม่ วาดได้
คล้ายคนจริงๆมากกว่า อ.ฟูจิโอะ ที่เป็นลายเส้นตัวการ์ตูน
สมัยเก่า..
ทำไมถึงคิดว่า อ.โอบาตะ มาวาด "โดราเอมอน" ถึงจะ
เหมาะ? เพราะท่าทาง อ.โอบาตะ จะมือขึ้นกับเรื่องราวที่
มี ตัวละครคอยติดตามพระเอก ละมั้ง?
วาด "ฮิคารุ" ที่มี "ซาอิ" สิงอยู่ ดังเป็นพลุแตก...
วาด "คิระ" ที่มี "ยมทูต" ติดตาม ดังจนเป็นหนังโรง!!!
ถ้าได้วาด "โนบิตะ" ที่มี "โดราเอม่อน" ตามโอ๋ตลอด
สงสัยจะดังจนต้องไปฉายบนดวงจันทร์ XD
แล้วเนื้อเรื่องล่ะ จะเป็นยังไง จะต้องแต่งใหม่รึเปล่า?
ถ้าให้ผู้ร่วมงานเก่าทั้ง 2 ท่านของ อ.โอบาตะมาแต่งให้
คงสนุกดี...พิลึก...
- โดราเอมอน คงไม่ได้มาจากโลกอนาคตอีกต่อไป
- ถ้าไม่ใช่วิญญาณที่สิงลิ้นชักโต๊ะ...
- ก็ต้องมาจากยมโลกผ่านทางลิ้นชักโต๊ะนั้น
- ชอบถือพัดโบกไปมาบ่อยๆ
- และไม่มีใครมองเห็น โดราเอมอน นอกจาก โนบิตะ
- ร้านขายแป้งทอดจะขายไม่ออก..
- แต่แอปเปิ้ลจะขายดีขึ้น (?)
- โนบิตะ อาจจะไม่ใส่แว่น และ หน้าตาสดใส
- อาจจะไว้ผม 2 สีอีกต่างหาก :P
- ความสามารถในการเล่นพันด้ายจะถูกลดลง...
- ทดแทนด้วยความสามารถสุดยอดในการเล่นโกะ
- แถมชอบพูดคนเดียวบ่อยๆ (พูดกับ โดราเอมอน)
- แต่ก็ยังหลับในเวลาเรียนเช่นเดิม... (ซ้อมโกะดึก)
- และยังถูก ไจแอนท์ รังแกเหมือนเดิม...
- โดราเอมอน จะให้ของวิเศษชิ้นแรกเพื่อช่วย โนบิตะ
-ซึ่งเป็น สมุดโน้ตสีดำ เพียงเล่มเดียว??
- เมื่อสัมผัสสมุดโน้ตนั้น โนบิตะ มีแววตาอำมหิตขึ้น
- สมองดีขึ้นจนสูสี เดคิซุงิคุง
- สยบ ไจแอนท์ เพียงแค่จรดปากกาลงบนสมุดโน้ต
- ไจแอนท์ ก็จะไม่มีบทอีกเลย (ตาย)
- ซึเนโอะ ...ไม่ต้องกล่าวถึง (ตายตกตามกัน)
- แถมการ์ตูนเรื่องนี้จะถูกปรับเรทขึ้นไปอีก (ตายเยอะ)
- ชิซึกะจัง ยังผูกผม 2 ข้างเหมือนเดิม..
- แต่จะไปโกรกเป็นสีทอง และหลงโนบิตะโงหัวไม่ขึ้น
- IQ ลดลง แต่จะสวยน่ารักขึ้นจนได้เป็นไอด้อล (!!!)
- ละแวกบ้านโนบิตะ จะมี FBI กับ CIA มาด้อมๆมองๆ
- แต่ไม่นานก็จะหายไป (ตายหมด)
- คุณพ่อของโนบิตะ ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทอีกแล้ว
- แต่เป็นถึงหัวหน้ากองสืบสวนพิเศษของกรมตำรวจ
- โนบิตะ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนอีกต่อไป (ฉลาดเกิน)
- วันๆ นั่งเขียนสมุดโน้ตอยู่กับบ้าน (พิพากษาคนชั่ว)
- แต่ก็ต้องไปฝึกที่ร้านเล่นโกะ (หมากล้อม) ทุกวัน..
- แถมต้องสมัครเป็น อินเซย์ ของสมาคมโกะอาชีพ
- เพราะเล่นโกะแพ้ เดคิซุงิคุง ย่อยยับ...
- เดคิซุงิคุง ยังคงฉลาดเฉลียวเช่นเดิม
- เบื้องหลังเป็นถึงนักสืบอันดับ 1 ของโลก
- เล่นโกะก็เก่ง มีคุณพ่อเป็นแชมป์โกะ 5 มงกุฎ
- แต่ชอบนั่งเก้าอี้ท่าประหลาด อดนอนขอบตาคล้ำ...
- ชอบกินของหวานเป็นชีวิตจิตใจ
- ใช้ชื่อปลอม (ริวซากิ) คุยกับ โนบิตะ อีกต่างหาก
- โนบิตะ จะพยายามหาชื่อจริงของ เดคิซุงิคุง
- ในขณะที่ เดคิซุงิคุง สืบจนรู้ว่า โนบิตะ มีอีก 2 ชื่อ
- คือชื่อที่ใช้แข่งโกะทางอินเตอร์เน็ต (Sai)
- กับชื่อที่ใช้ในการพิพากษาโทษคนชั่ว (Kira)
- โดเรมี่ ยังมาจากลิ้นชักโต๊ะเหมือนกับ โดราเอมอน
- แต่จะมีบทบาทมากขึ้น หน้าตาฮาร์ดคอร์ขึ้น
- และไปอยู่กับ ชิซึกะจัง แทน
- ไม่นานก็จะถึงช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่อง
- โดราเอมอน จะแข่งโกะกับ คุณพ่อของเดคิซุงิคุง
- ซึ่งต้องเล่นผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น..
- โกะกระดานสุดยอดจบลงด้วยชัยชนะของ โดราคุง
- ทุกคนในเรื่องจะกล่าวขวัญถึงโกะกระดานนี้
- แต่ โนบิตะ กลับเป็นคนแรกที่แก้ทางหมากได้...
- โดราเอมอน เริ่มตระหนักถึงการคงอยู่ของตนเอง
- จากนั้นไม่นาน โดราเอมอน จะหายไป (ไปเกิด)
- โดเรมี่ก็จะหายไป... (ตาย)
- เดคิซุงิคุง ก็จะหายไปเช่นกัน (โดนโดเรมี่เก็บ)
- โนบิตะ จะแสร้งเสียใจ แต่แอบดีใจอยู่ลึกๆ...
- และแล้ว ยุคของ Kira ก็มาถึง...
- จบภาค 1
- ภาค 2 จะถูกวาดหลังจากนั้นไม่นาน..
- โนบิตะ เติบโตขึ้นและเข้าทำงานในกรมตำรวจ
- เป็นตัวแทนญี่ปุ่นไปแข่งโกะนานาชาติกับเกาหลี
- แต่งงานกับ ชิซึกะจัง ที่เป็นดาราดัง
- เบื้องหลังช่วยกันพิพากษาคนชั่วอย่างลับๆ
- มีผู้สืบทอดของ เดคิสุงิคุง 2 คนไล่ล่า Kira ต่อไป
- ที่สำคัญคือ ภาค 2 ความสนุกจะลดลง... (ฮา)

2006/Nov/29

เกือบไม่มีเรื่องไร้สาระให้เขียนถึงซะแล้ว...
วันนี้กลับบ้านด้วยรถตู้เช่นเคย..
ขณะที่คนเก็บเงินค่ารถตู้ไล่คนขึ้นรถครบ และ
ปิดประตูรถพร้อมกับตะโกน "โอเค!! ปายยย"
คำๆนี้ก็ดังก้องเข้าไปในหูของผม...
"โอเค! โอเค!! OK!!!! โอเค นี่มันอะไรว้า~"
...
.....
เริ่มฟุ้งซ่านอีกแล้วตรู...
OK คำๆนี้ย่อมาจากคำอะไร?
ขณะที่อยู่บนรถตู้ ปกติผมจะนั่งหลับเพื่อเซฟ
พลังงาน แต่วันนี้นอนกลางวันเยอะเลยตาสว่าง
เรื่องฟุ้งซ่านจึงเข้ามาในหัวอีกครั้ง..
"โอเค โอเค.. OK หรือ okay.."
แน่นอนผมต้องคิดศัพท์ภาษาอังกฤษที่พอจะ
มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่าok บ้าง..
คำว่า ok หมายความว่า? เอ่อ.. ใช้ทับศัพท์
จนชินจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะหมายความว่าอะไร
แต่มันน่าจะแปลได้ว่า "ตกลง" หรือ "ได้เลย"
ถ้าภาษาวัยรุ่นหน่อยก็.. "อย่างไว!" "จัดห้าย!"
ยิ่งยากเข้าไปอีกครับ.. "ตกลง" นี่น่าจะเป็น
คำว่า "agree" ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับ ตัว "o" รึ
ตัว "k" ด้วยซ้ำ หรือคำอื่นๆอย่าง "all right"
"accept" "sure" หรือ คำอุทาน "aha!!"
ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับ "ok"
เอาใหม่ครับเอาใหม่ คราวนี้ขอคิดจากตัวคำ
ว่า "ok" ดูบ้าง
ok = old key (กุญแจเก่าๆ??)
ok = on keep (ถือครองอยู่??)
ok = operation kill (ปฏิบัติการฆ่า!!!)
ok = offer kiss (เสนอจูบ! ฮ่าๆๆ)
ok = otaku king (ก้ากกก)
ok = oww krab (โอ้ววครับ!)
ยิ่งคิดยิ่งไปกันใหญ่ (เพ้อเจ้อจริงๆ) พอรู้ตัวก็
เดินทางถึงบ้านจนได้.. เอาล่ะๆอาบน้ำทานข้าว
เรียบร้อย ได้เวลาพึ่งพาแหล่งความรู้ของคนฟุ้ง
ซ่านอย่างผมเสียที.. เปิด Wikipedia..
ok = oll korrect
นั่นล่ะครับความหมายของมัน...งงเต๊ก!!!..
อะไรฟะ oll korrect ภาษาสวีเดนรึไงหว่าลอง
อ่านที่มาดู อ๋อ~
คำนี้มีที่มาจากชาวอเมริกันยุคแรกๆซึ่งอพยพ
มาจากอังกฤษ "OK" เป็นภาษาพูดที่นิยมใช้กัน
ย่อมาจากคำว่า oll korrect เขียนให้ถูกต้องคือ
คำว่า all correct นั่นเอง...
เราๆท่านๆ จะเห็นการใช้คำว่า "OK" จนชินตา
ในโปรแกรม microsoft window ที่ใช้ๆกันอยู่
จนมองข้ามและไม่เคยคิดจะหาความหมายมัน
...แล้วจะรู้ไปทำไมฟะ???

2006/Nov/29

อีกหนึ่งวันที่นั่งรถตู้กลับบ้าน..
อีกหนึ่งวันที่พบพฤติกรรมประหลาด..
อีกหนึ่งวันที่ขยันกลับมาพิมพ์ Blog ... อู้ไปหลายวัน...
ขอนะครับอย่าทำเล้ยย ตอนนั่งรถตู้เนี่ย...
พฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำ เมื่ออยู่ในระบบ รถตู้โดยสาร
1. ผายลม หรือตดนั่นเอง
เริ่มด้วยพฤติกรรมยอดฮิตติดอันดับ ใครที่นั่งรถตู้เป็นประจำ
น่าจะเคยพบประสบเจอมาบ้าง ไม่มากก็น้อยทั้งแบบ มีกลิ่น
หรือไม่มีกลิ่น มีเสียงหรือไม่มีเสียง เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องช่วย
ไม่ได้ครับ แต่ขอให้อั้นอย่างสุดความสามารถเพราะมันเป็น
การทำบาปต่อเพื่อนร่วมทางของท่าน รถตู้แต่ละคันมีระบบ
ระบายอากาศไม่เหมือนกันครับ บางทีมันจะตลบอบอวลอยู่
เกือบ 10 นาที ยิ่งเป็นช่วงเย็นถึงค่ำ บางท่านเก็บทุกข์ไว้ปลด
ปล่อยที่บ้านอาจเผลอปล่อยท่าลับ "วายุเศียรอุจจารา" หรือ
"ตดหัวอี้" อย่างไม่ตั้งใจ ก่อทุกข์แก่เพื่อนร่วมทางได้..
2. รับประทานอาหาร
โดยมากรถตู้จะติดป้ายห้ามรับประทานอาหารอยู่แล้ว แต่ก็ยัง
มีท่านที่ฝ่าฝืนจนได้ ถ้าเป็นขนมถุงกรอบแกรบยังพอทนครับ
ถึงแม้มันจะมีเสียงน่ารำคาญบ้าง.. แต่ถ้าเป็นพวกหมูย่างไก่ย่าง
ก็เห็นใจเพื่อนร่วมทางของท่านบ้าง บางท่านอาจนับถืออิสลาม
และอาจถือศีลอดอยู่ ทำบาปทำกรรมต่อเพื่อนร่วมทาง ระวังรถ
เบรคกระทันหัน ไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มคอจะพูดไม่ออก...
3. คุยโทรศัพท์เสียงดัง
เม้าแตกมือถือ สวีทกับแฟนนี่เรื่องธรรมดาครับพบบ่อยๆ คุย
เบาๆ ไม่มีใครว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าจะทะเลาะกับแฟนวีนแตก ช่วย
วางหูไปเลยยิ่งดีครับ คนอื่นเค้าไม่อยากทะเลาะกับคุณอีกคน
4. นอนพิงอิงแอบคนข้างๆของท่าน
ถ้าเป็นสาวๆ เด็กๆ คนชรา คงไม่มีใครว่าครับ แต่ถ้าเป็นผู้ชาย
หนุ่มทั้งแท่งหรือไม่เต็มแท่ง กรุณาหลับพิงกระจก พิงประตูหรือ
ไม่หลับเลยยิ่งดีครับ บางคนแค่หลับไม่พอกรนดังอีกต่างหาก
ถ้ามาพิงผม ผมจะมีอาการกระตุกไหล่เรียกสติให้ครับ ถ้ายังไม่
หยุดอาจมีกระตุกหมัดแทน แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างหลับก็เจ๊ากันไป
5. อ่านหนังสือหรือเล่นเกม
อันนี้ไม่แนะนำให้ทำครับ เพราะไม่ดีต่อสายตาอย่างมาก การ
จ้องหรือเพ่งอะไรในความมืด ถึงมีแม้จะมีไฟส่องจากเกม หรือ
รถตู้บางคันอาจเปิดไฟวิ่ง แต่ด้วยความสั่นขณะวิ่งก็ทำให้สายตา
เสื่อมได้ครับ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์จริงที่พบมาคือ มีน้องคน
หนึ่งนั่งอ่านนิยายเล่มโต (น่าจะเป็นแฮรี่ พอตเตอร์) อยู่ข้างผม
ขณะที่อ่านถึงตอนสนุกหรือยังไงไม่ทราบ น้องเขายกนิยายเล่ม
นั้นขึ้นมาระดับข้อศอกซึ่งเป็นจังหวะที่รถเบรคกระทันหันพอดี!!
อุ้ก~!! ผมเห็นลิ้นน้องแทบคับปาก นิยายกระแทกกับเบาะหน้า
และกระแทกเข้าลิ้นปี่น้องเค้าครับ... จุกครับจุก...
6. ทำไอเท็มหล่น...
ทำของหล่นขณะนั่งอยู่ครับ ที่ยอดฮิตคือ มือถือ กระเป๋าสตางต์
เศษสตางค์ ถ้าทำหล่นก็มุดหาดีๆ ถ้าท่านเป็นเพศชายก็พึงระวัง
ชายกระโปรงของสาวๆข้างท่านบ้าง มิเช่นนั้นจะถูกตราหน้าว่าเป็น
ไอ้ลามกได้ สำหรับมือถือหล่นนี่ เคยมีเหตุการณ์ที่ผมพบมา คือ
หญิงสาว (สวยรึเปล่าไม่รู้เพราะมืด) ที่นั่งเบาะกลางทำมือถือหล่น
และหายังไงก็ไม่เจอจนลุงที่นั่งเบาะซ้ายแกเสนอให้โทรเข้าเครื่อง
ดูเพื่อฟังเสียง (ผมซึ่งนั่งหลับอยู่เบาะขวาก็ตื่นขึ้นมาช่วงนี้) แต่โทร
ด้วยเครื่องลุงแกดันไม่มีสัญญาณ (ทรูมูฟ) ผมเลยให้ยืมเครื่องผม
โทรบ้าง ซึ่งก็โทรติดแต่กลับไม่ได้ยินเสียงเรียกของมือถือจากใน
รถตู้เลย ตัวหล่อนคาดว่าอาจจะเพราะปิดเสียงแต่เปิดสั่นไว้ ผมจึง
โทรซ้ำเผื่อว่าเสียงสั่นมันจะดังให้พอจับทางได้บ้าง แต่ปรากฎว่ามี
คนรับโทรศัพท์ที่ปลายสาย? เป็นเสียงชายหนุ่มน้ำเสียงไม่แฮปปี้
เท่าไหร่ แถมถามผมแบบโมโหๆด้วยว่าเป็นใคร งงสิครับ เลยยื่นหู
ให้เจ้าหล่อนคนนั้น เคลียร์กันไปกันมา ก็พอสรุปได้ว่าเจ๊แกลืมมือ
ถือไว้บนรถแฟน แล้วมีเบอร์ผมโทรเข้าดันทำให้แฟนแกคิดว่าเป็น
กิ้กโทรไปหา!?!แค่เรื่องทำของตกทำผมเกือบซวยเลยนะนี่???
7. แบกมหาสมบัติขึ้นรถ
นานๆพบทีครับ แบกกล่องใบโตๆ ถุงโตๆ หนังสือกองโตๆส่วนมาก
จะจ่าย 2 ที่นั่งเพื่อวางของแบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่บางครั้งก็มี
ของที่ไม่เยอะมากพอจะวางบนตักหรือบนพื้นได้ ก็แนะนำให้นั่งชิด
ในไปเลยครับ เพราะจะได้ไม่ขวางทางเข้าออกกับท่านอื่น แต่ขอให้
ระวังตอนรถเบรก เคยเห็นมาแล้วทั้งของแตก และเข้าลิ้นปี่.. จุก..
8. นั่งกางขา
สำหรับสุภาพสตรีจะเรียกว่านั่งหวอ-ออก ครับ ไม่งามครับไม่งาม
ถึงแม้จะไม่มีใครมานั่งตรงข้ามเพื่อดู ปี๊ป่อๆ ของท่านเหมือนบนรถ
ไฟฟ้า แต่ก็เป็นการสร้างความรำคาญให้กับคนข้างเคียงของท่านได้
ขอให้ทำหลังจากคนข้างๆท่านลงหมดแล้ว แต่สำหรับบางท่านต้อง
เห็นใจครับเพราะขายาว เข่าจะชนกับเบาะหน้าให้พยายามร่นเท้าไป
ด้านหลังและยืดตัวให้ตรงแทนการกางขาครับ (ทรมานครับ...)
9. มารยาทที่ดีเมื่อจะลงจากรถ
หลายๆท่านคิดว่าการกระซิบให้คนขับได้ยินป้ายที่จะลง เป็นสิ่งที่
ถูกต้องสมควรเพราะจะไม่เป็นการรบกวนคนอื่นๆที่หลับอยู่..แต่ผม
ไม่แนะนำให้กระทำหากท่านนั่งอยู่เบาะแถว 3 อันห่างไกล หรือนั่ง
อยู่เบาะท้าย เพราะคนขับอาจจะไม่ได้ยินจนทำให้ท่านต้องนั่งเลย
ป้าย..เกิดกระบวนการสังเคราะห์โมหะจนทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่
ที่เรียกว่า "ปิดประตูเสียงดัง" หรือ "ไม่ยอมปิดประตู" และจะเป็น
กระบวนการต่อเนื่องทำให้คนขับเกิดโมหะ ขึ้นเช่นกัน อาจมีคำด่า
หรือ "การขับรถเร็วแบบประมาท" เป็นปฏิกิริยาแทรกซ้อน ทำให้
เสียสุขภาพจิตของคนที่ยังอยู่บนรถได้ เพื่อความสงบสุขของมวล
มนุษยชาติ ขอให้บอกป้ายที่จะลงกับคนขับให้เสียงดัง ฟังชัดดีกว่า
นอกจากจะที่ช่วยให้ได้ลงถูกป้าย ยังเป็นการทำบุญให้กับเพื่อนร่วม
ทางของท่าน ไม่ต้องนั่งหลับเลยป้ายอีกด้วย...
10. พฤติกรรมประหลาด?
พฤติกรรมบนรถตู้อื่นๆ นอกจากข้อบนๆที่กล่าวมา เช่นนั่งๆอยู่แล้ว
ชักกระตุก! (ฝันร้ายมั้ง) เกาหัวจนรังแคฟุ้ง นอนกรน นอนละเมอ
นำพากลิ่นประหลาดขึ้นสู้รถ (กลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำหอม กลิ่น
อึสุนัข ฯลฯ) หรือที่ผมพึ่งจะพบในวันนี้"นั่งบ่นคนเดียว" ผมสังเกต
แล้วว่าน้องเค้าไม่ได้ใส่สมอลทอร์ค หรือ บลูทูธ ใดๆทั้งสิ้น แต่น้อง
แกกลับนั่งบ่นงึมงำอยู่ตลอดแถมมีท่องสูตร (คาดว่าคงเตรียมสอบ)
พฤติกรรมเหล่านี้อาจสร้างความกลัว หรือความรำคาญให้กับคนอื่นๆ
ถ้าเป็นไปได้ขอให้ระงับไว้จะดีที่สุดครับ...