2006/Nov/25

"โอตาคุ 2 คนกำลังคุยกัน... อิอิ.."
ขณะที่กำลังเสวนาเรื่อง Gundam กับพี่คนหนึ่งอยู่...
ประโยคข้างบนก็หลุดมาเข้าหู...
มองไปทางคนที่พูดออกมา.. แหม่เอ็งก็ไม่ค่อยโอตาคุเลยนะ
แต่จะว่าไป.. โอตาคุ นี่จริงๆมันคืออะไรหว่า...???
โอตาคุ คืออะไร?
เท่าที่ไปค้นๆมา จากที่ต่างๆ ที่อ่านแล้วดูมีความหมายและมี
เหตุผลพอจะเชื่อถือได้บ้าง คงเป็นอันนี้..
"โอตาคุ คำนี้เป็นคำเป็นคำที่ใช้เรียกคนประเภทหนึ่งที่มีอยู่ใน
ญี่ปุ่นปริมาณมากกว่าที่อื่นทั่วไป"
(อืม...ก็คงใช่เนาะ)
"เป็นบุคคล(ผู้ชาย) ที่คลั่งไคล้ในของบางอย่างเข้าขั้นระดับ
แฟนพันธ์แท้ เช่น เกมส์, การ์ตูน, หุ่นยนต์จำลอง, ดารา
ไอดอลสาว, เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ สะสมสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยว
ข้องจนรอบรู้กับเรื่องเหล่านี้"
(เครื่องใช้ไฟฟ้า? โอตาคุตู้เย็นงั้นเหรอ??)
"แต่ก็เป็นคำที่ถูกให้ความหมายแง่ลบว่า เป็นผู้ที่ไม่ทำอะไร
อย่างอื่น ล้มเหลวต่อการใช้ชีวิต การทำงาน เพราะมีบุคลิกที่
แตกต่าง ไม่เข้ากับคนทั่วไปในสังคม"
(อาจจะไม่ใช่ทุกคนล่ะนะ แต่พวกที่หัวแข็ง ไม่ยอมรับฟังผู้อื่น
เอาแต่จะอยู่ในโลกส่วนตัว มีทัศนคติแคบ คนพวกนี้ ไม่ว่าจะ
เป็นโอตาคุรึไม่ ก็เป็นพวกเข้าสังคมยากอยู่แล้ว...)
"ต้นกำเนิดของคำนี้มาจากคำที่ภาษาญี่ปุ่นใช้ในการเรียกแขก
ของบ้าน แบบสรรพนามบุรุษที่สอง ซึ่งต่อมาถูกนำมาใช้เป็น
สแลงในยุค 80s เมื่อ อากิโอะ นากาโมริ นักเขียนชาวญี่ปุ่น
ใช้คำนี้ในรวมเรื่องขำขันและความเรียง (An Investigation
of Otaku) ซึ่งตีแผ่ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ผิดปรกติของ
คนกลุ่มนี้ จนถูกใช้อย่างแพร่หลายในปี 1989"
(ไว้เดี๋ยวแยกหัวข้อชีวิตความเป็นอยู่ของโอตาคุ ไปอีกที่..)
"ปัจจุบันคำนี้ได้พัฒนาเพื่อแยกประเภทโอตาคุแต่ละประเภท
เช่น โอตาคุหนังสือการ์ตูน(manga otaku), โอตาคุเกมส์
(gamu otaku) ฯลฯ"
(อีกไม่นานคงมี โอตาคุDotA เพราะเวลาไปเที่ยวไหนมักจะ
ชอบจับกลุ่มคุยกันจริง ริกกิยังงั้น..โบนยังงี้.. เดี๋ยวก็นู้บ..
เดี๋ยวก็ตุ๋ย.. กรุไม่ได้เล่นเฟ้ยย ไปคุยกันไกลๆป๊ายย..)
"โดยถ้าเป็นความคลั่งไคล้ระดับที่ไม่ได้ร้ายแรงคำว่า Otaku
จะถูกใช้เป็นคำว่า Mania แทนที่ ในขณะที่มีคำว่า โอโตเมะ
(Otome) ใช้แทน โอตาคุผู้หญิง"
(โอโตเมะ.. มีคำแทนผู้หญิงด้วย พึ่งจะรู้แฮะ...)
เท่าที่อ่านๆดู สรุปได้ว่า ความหมายจริงๆของคำว่า โอตาคุ
ก็คือคนที่มีความบ้าคลั่งไคล้ อะไรซักอย่าง ถึงขั้นรู้ลึกรู้มาก
และมักจะถูกใช้ในแง่ลบมากกว่า...
ปัญหาของโอตาคุในสังคม คืออะไร? เรื่องความชอบหรือ
งานอดิเรก คงไม่มีใครจะมากำหนดหรือชี้ชัดให้คุณได้ว่าสิ่ง
ไหนควรชอบหริอไม่ควรชอบ แต่มันเป็นปัญหาในการแสดง
ออกต่อสังคมมากกว่า.. ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าในสังคมที่คุณ
อยู่ คนส่วนใหญ่จะต้องเคยดูหนังเรื่อง fff เมื่อมีการสนทนา
หรือพบปะกัน ทุกคนจะพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่อาจจะมีเพียง
คุณกับเพื่อนของคุณ แค่ 2 คนที่ไม่ชอบดูหนังเรื่อง fff แต่
ชอบที่จะเลี้ยงปลาทองมากกว่า คุณกับเพื่อนก็จะคุยกันเพียง
เรื่องปลาทอง ปลาท๊อง ปลาทอง.. จนคนรอบข้างอาจจะมอง
คุณ 2 คนว่าเป็นพวกประหลาดที่เอาแต่เลี้ยงปลาทอง และ
อาจจะบัญญัติคำใดๆที่จะมาเรียกคุณ 2 คนหรือคนอื่นๆ ที่
ชอบเลี้ยงปลาทองด้วยกัน.. ซึ่งในที่นี้ คำว่า โอตาคุจึงถูกนำ
มาใช้เรียกแทนกลุ่มคนที่ผิดแผกจากคนทั่วไปในสังคม..
คุณอาจจะมองผ่านไป ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองคุณอย่างไร
ฉันไม่ได้ทำผิดไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันจะเลี้ยงปลาทอง
จะคุยแต่เรื่องปลาทองใครจะว่าอะไรก็ช่างเขา... วิธีการคิด
แบบนี้ในความเป็นจริง มันไม่ได้จบง่ายๆอย่างที่คิด
เพื่อนในสังคมของคุณอาจจะมองว่า พวกเลี้ยงปลาทอง มัน
หัวแข็ง คบยาก และต่อต้านสังคม ซึ่งหากวันใดวันหนึ่งมีคน
ชอบเลี้ยงปลาทองไปก่อคดีปล้นฆ่าข่มขืน ภาพพจน์ของคุณ
ก็จะยิ่งเลวลงไป..
คุณยังต้องใช้ชิวิตอยู่บนโลกนี้ โลกใบกลมๆ ที่มีเพื่อนที่ชอบ
เลี้ยงปลาทองเหมือนๆกัน มีเพื่อนที่ชอบดูหนัง fff มีผู้คนใน
สังคมอีกมากมายหลายร้อยรูปแบบ... เพียงแค่คุณมองโลก
ให้กว้างขึ้น ปรับทัศนคติออกไป อาจจะไม่ต้องดูหนัง fff เพื่อ
มาสนทนากับเพื่อน แต่ไปดูหนัง jjj หรือ ไปทำกิจกรรมอื่นๆ
ไม่ใช่ยึดติดแต่เพียงการเลี้ยงปลาทองไปวันๆ.. คุณก็จะอยู่ใน
สังคมร่วมกับคนอื่นๆได้อย่างมีความสุขไม่ว่าคุณจะถูกเรียกว่า
โอตาคุ หรือ โอโตเมะหรือ อะไรๆก็ตาม...

2006/Nov/23

ช่วงนี้กำลังเห่อ เขียนเรื่องอะไรดีหนอ..
ขอบ่นเรื่องเกมที่พึ่งจบไปเมื่อไม่นานมานี้ก่อนดีกว่า...
Grandia III หรือ แกรนเดีย 3
แกรนเดีย 3 เป็นภาคต่อของเกม RPG (Role Playing Game) ชื่อดัง แกรนเดีย นั่นเอง
ซึ่ง 2 ภาคก่อนหน้านี้ก็ได้รับความนิยมสูงพอสมควร สำหรับภาคนี้ออกมาครั้งแรกบน
แพล็ตฟอร์ม PS2 (Play Station 2) เป็นภาคภาษาญี่ปุ่น และมีภาคภาษาอังกฤษออก
ตามมาในระยะเวลาไม่นานนัก
ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่แฟนของเกมตระกูลนี้ ไม่เคยเล่นมาก่อนซักกะภาค
แต่ก็เล็งๆว่าจะเล่นมานานเหมือนกัน แถมมีแรงยุจากแฟนเกมนี้ (หุๆ จบก่อนคนยุด้วย)
กว่าจะเล่นจบก็ใช้เวลานานเกือบ 2 สัปดาห์ (ปกติเล่นเกมนานอยู่แล้ว) โดยรวมก็ถือว่า
ประทับใจดีทีเดียว
จุดเด่น จุดขาย ระบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเกม
สำหรับผมเอง ความประทับใจแรกสุดหลังเปิดเกมขึ้นมาเลยก็คือ opening theme
ซึ่งฟังเพราะรื่นหูดี (ผมไม่ใช่พวกหูทองนะ บางคนอาจไม่เห็นด้วย) ซึ่งเป็นของศิลปิน
วงไหนนั้น ก็ไม่ได้ไปหามาเหมือนกัน (ตอนฉากจบก็ขึ้นบอก แต่จำบ่ได้) ซึ่งถ้าเป็น
ภาคภาษาญี่ปุ่น เนื้อร้องจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ภาคที่ผมเล่นเป็นภาคภาษาอังกฤษ
เนื้อร้องจึงเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตรงท่อนฮุครู้สึกจะเนื้อร้องเหมือนกัน ความหมายของ
เพลงดูเหมือนจะสอดคล้องกับเนื้อเรื่องดี (การบินบนฟากฟ้า)
ระบบต่อสู้เป็นอีกจุดเด่นของเกมตระกูลนี้ การต่อสู้ไม่ใช่การใส่คำสั่งเป็นเทิร์นๆ แล้ว
ดูตัวละครออกมาฟันฉับๆใส่ศัตรู หรือ รอเกจเวลาเพื่อใส่คำสั่งแล้วดูตัวละครมาร่ายเวท
ระบบการต่อสู้ของเกมนี้ จะมีเกจเวลาของทุกตัวละครไม่เว้นแม้แต่ศัตรู เพื่อแสดงให้
เห็นว่าใครจะสามารถตัดสินใจใส่คำสั่งได้ก่อน และมีการโจมตีแบบ Critical ที่ทำให้
เกจเวลาของผู้ที่ถูกโจมตีกระเด็นกลับไปจนไม่สามารถใส่คำสั่งได้ ต้องรอจนกว่าเกจ
เวลาจะวิ่งกลับมา และในบางครั้งการโจมตีแบบ Critical ยังทำให้ศัตรูกระเด็นลอยขึ้น
ไปกลางอากาศ ช่วยให้ตัวละครในกลุ่มของเราเข้าโจมตีต่อเนื่อง Aerial Combo กลาง
อากาศได้อีกด้วย

ตำแหน่งของการยืนของตัวละครในฉากต่อสู้ ยังมีผลต่อท่าโจมตีพิเศษบางท่า ที่โจมตี
ศัตรูเป็นขอบเขตพื้นที่ หากยืนในตำแหน่งที่เหมาะสมจะสามารถโจมตีศัตรูจำนวนมาก
ในครั้งเดียว การตัดต่อ มุมกล้อง ความรวดเร็ว แอ็คชั่นต่างๆ ในฉากต่อสู้ของเกมนี้ทำได้
เหมาะสมลงตัว ทำให้ผู้เล่นแทบไม่รู้สึกเบื่อแม้จะต้องต่อสู้กับศัตรูหลายครั้งก็ตาม

อีกระบบที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแกรนเดีย ก็คือ การถ่ายทอดเรื่องราว
หรือการคุยหาข่าวสารนั่นเอง สำหรับใครที่เล่นเกมตระกูลนี้แบบรีบเล่นผ่านเรื่องให้จบ
นับว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้สัมผัสรายละเอียดลึกๆที่ผู้สร้างเกมนี้จงใจถ่ายทอดออกมา

การพูดคุยหาข่าวสารกับชาวบ้านหรือตัวละครต่างๆ ในเกมนี้ นอกจากจะได้รับข่าวสาร
แล้ว สิ่งที่ผู้สร้างเกมพยายามจะสื่อออกมาก็คือ ชีวิต และเหตุการณ์รอบข้าง ผู้คนต่างๆ
ในเกม ซึ่งดำเนินไปพร้อมๆกับการผจญภัยของพวกตัวเอก ตัวประกอบต่างๆในเกมนี้จะ
ถูกสร้างขึ้นให้เหมือนกับมีชีวิตอยู่จริงๆ บางคนจะมีนิสัยเฉพาะตัว มีคำพูดติดปาก มีความ
เกี่ยวโยงกัน มีการดำเนินเหตุการณ์แวดล้อมเปลี่ยนไปตามระยะเวลา ที่ตัวเอกเดินทาง
ตัวเอกและเพื่อนร่วมเดินทางก็ถูกแสดงให้เห็นว่ามีการเรียนรู้ มีพัฒนาการ ตัวละครแต่ละ
ตัวเติบโตขึ้น ในขณะที่เกมดำเนินไปเรื่อยๆ ผู้เล่นจะได้เรียนรู้ถึงนิสัยใจคอ ความนึกคิด
ความสัมพันธ์ ของตัวละครเอก แต่ละตัวผ่านทางบทสนทนาที่มีชีวิตชีวาจำนวนมากมาย

เนื้อเรื่อง เนื้อหา
ตัวเอกของเรื่องเป็นหนุ่มน้อยชื่อ ยูกิ (Yuki) มีความฝันจะเป็นนักบินออกบินรอบโลก
และมีฮีโร่ในดวงใจเป็นนักบินระดับตำนาน นี่ก็เป็นเอกลักษณ์ของเกมตระกูลนี้ที่ตัวเอก
จะต้องใส่แว่นตากันลม (แบบนักบินสมัยก่อนใส่กัน) ไว้เหนือหน้าผากทุกภาค (เท่มั้ง?)
นางเอกเป็นสาวน้อยชื่อ Alfina มีชะตากรรมเป็น ผู้สื่อสารกับเทพพิทักษ์ (Guardian)
และมี พี่ชายร่วมสายเลือดที่มีชะตากรรมเดียวกัน เอาแค่นี้ไว้ว่างๆจะมา Spoil ให้อ่าน...

Comment ส่วนตัว
หุๆ ได้เวลาบ่นๆๆ เกมนี้สนุกและประทับใจมาก แต่มีจุดที่ไม่ชอบมากๆอยู่ 1 - 2 อย่าง
ที่เกลียดมากๆเลยคือ.. นางเอก Alfina ทั้งจิตใจร่างกายอ่อนแอ จนจบเกมก็ยังอ่อนแอ
เป็นลมไปก็หลายรอบ เป็นตัวละครที่พื้นฐานทางจิตใจและอารมณ์ไม่เติบโตขึ้นเลย...
แถมใจง่ายยังไงชอบกล รู้จักยูกิแปปๆไม่นานก็ชอบกันซะแล้ว... เฮ้อ~
จุดที่ขัดตาอีกอย่างหนึ่งคือท่าสุดเท่ ที่ตัวละครทุกตัวจะใช้บ่อยๆในเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะ
ตัวเอกใช้ตั้งกะต้นจนจบเรื่อง นั่นคือท่า "ยกนิ้วโป้งมาข้างหน้าแล้วยิ้มอย่างเท่ !!!"
อ่า.. มันก็... คงดูเท่มั้ง? แต่ผมว่ามันแปลกๆ บางจังหวะมันดูตลกด้วย ผู้สร้างเกมคงชอบ
หรือมันเป็นเอกลักษณ์ของเกมตระกูลนี้รึเปล่าหนอ แฟนๆเกมนี้ช่วยบอกที...

2006/Nov/23

ว่างมาก??..
มั้ง??
ไม่นะไม่ค่อยว่าง..
แต่อยู่ๆก็อยากเขียนขึ้นมา (อะไรฟะ)
ทั้งๆที่เค้าเลิกเห่อกันไปเป็นชาติแล้ว..
หรือจะเป็นสังหรณ์ก่อนตาย (เอ๊ะยังไง??? งั้นนี่ก็เป็น พินัยกรรม?)
ทำไม? เพราะอะไรต้องมาเขียน?
ด้วยความที่ว่า ผม (หรือเรา หรือ กู) เป็นผู้ที่มีความคิดฟุ้งซ่าน
อยู่ว่างๆชอบมีจินตนาการเพ้อฝันเรื่อยเปื่อย (เพ้อเจ้อ)
เห็นโน่นเห็นนี่แล้วชอบจับมาคิดโน่นคิดนั่น ปัญญาอ่อนไปวันๆ
แต่บางทีพอคิดอะไรดีๆออกมา ผ่านไปไม่ถึงวันก็ลืมซะอย่างนั้น
เกิดความเสียดายฉิบหายขึ้นมาจับใจ...
เกิดความรู้สึกอยากจะบันทึกมันเอาไว้...ซักที่ล่ะวะ
ไอ้ครั้นจะพิมใส่ notepad เก็บไว้ในเครื่อง มันก็ดูไร้ค่า
อย่างน้อยถ้าพิมเก็บไว้เป็น Blog อาจจะมี...
มนุษย์หน้าไหนซักคนหลงมาอ่านส่วนที่มันเป็นสาระไปบ้าง
แต่ถ้าไม่มีใครมันมาอ่านจริงๆ...
กู (หรือ ผม หรือ เรา) จะได้มีอะไรบ้าๆเก็บไว้อ่านมั่ง
เพราะเค้าว่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่า "มนุษย์(อึเหม็น)" นั้น...
เป็นสัตว์โลกที่ขี้ลื๊มขี้ลืม (โดยเฉพาะไอ้เรื่องดีๆเนี่ย) ลืมจัง...
แล้ว Blog มันคืออะไร(วะ)??
ไหนๆก็จะมาเขียนทั้งที ก็ขอหาความรู้เล็กๆน้อยๆซักหน่อย
คำถามแรกที่ขึ้นมาในหัวเลยคือ "ไอ้ Blog เนี่ยมันอะไร(วะ)"
ไล่ถามเพื่อนๆและคนรู้จักได้ความมาว่า...
ผม (หรือ กู หรือ เรา)
ถาม : "Blog นี่มันคือ อะไรอ่ะ?"
นาย A
ตอบ : "ไดอารี่ ออนไลน์ มั้ง"
นาย xxx
ตอบ : "ที่บ่นน่ะ"
นส. N
ตอบ : "ที่เก็บ link ให้เพื่อนๆมาดูรูปถ่าย"
นาย P
ตอบ : "คล้ายๆเว็บส่วนตัว ให้คนเข้ามา comment บทความ"
นายE
ตอบ : "ที่รีวิวของกินอร่อยๆ 5555"
นส. jj
ตอบ : "ไว้บ่น สารภาพ ขอโทษ ขอบคุณ... โอ้ย เยอะแยะ"
นส. ww
ตอบ : "ไม่รุอ่า.."
นาย Q
ตอบ : "พวกเพ้อเจ้อว่ะ"
นส. G
ตอบ : "เก็บ fic ไว้ให้คนวิจารณ์ค่ะ"
นาย rrr
ตอบ : "ประมาณเนื้อที่ให้ทำอะไรซักอย่าง"
นาย K
ตอบ : "ขำๆ" (อะไรของเอ็ง)
ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์มาก... ฮ่วย..ก็เลยต้องไปค้นๆมาเอง
ได้ความมาว่า
Wikipedia
บล็อก (อังกฤษ: blog) หรือ เว็บล็อก (weblog) เป็นหน้าเว็บ
ประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่า blog ย่อมาจากคำว่า weblog หรือ web log
โดยคำว่า weblog นั้นมาจาก web (เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก)
รวมกัน หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเอง
อืม..ความหมายก็ว่ากันตามนั้น ส่วนSpace ของ MSN นี่คงหมายถึง
ช่องว่างให้เก็บไอ้พวก Blog พวกนี้ละมั้ง อืม... หน้าแรกก็ยาวแล้ววุ้ย..